วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประเด็นและแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการพยาบาล


สารสนเทศทางการพยาบาล  หมายถึง
           การบูรณาการความรู้ ด้านการพยาบาล  คอมพิวเตอร์ และสารสนเทศในการระบุ, รวบรวม, ดำเนินการ  และจัดการกับข้อมูลข่าวสาร  เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการพยาบาลการบริหารการศึกษา  การวิจัย  และการขยายความรู้ทางการพยาบาล 
      Nursing informatics is the specialty that integrates nursing science, computer science, and information science in identifying, collecting, processing, and managing data and information to support nursing practice, administration, education, research, and expansion of nursing knowledge.(ANA,The scope of practice for nursing informatics. Washington, DC:ANA, 1994.ANA publication NP-907.5M 594.)

องค์ประกอบของสารสนเทศทางการพยาบาล
ความรู้การพยาบาล(Nursing  Science)
             +
ความรู้คอมพิวเตอร์  (Computer  Science)
             +
ความรู้สารสนเท(Information Science)
ทิศทางการพัฒนาสารสนเทศทางการพยาบาล
·       พยาบาลสารสนเทศและพยาบาลเพิ่มสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์
·       ระบบสารสนเทศทางการพยาบาลที่เชื่อมโยงในแต่ละระดับของข้อมูล(หน่วยงานโรงพยาบาล จังหวัด ส่วนกลาง)
·       การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระบบการปรึกษางานการพยาบาลทั้งระบบพยาบาลปรึกษาพยาบาลเฉพาะทาง และระบบผู้ป่วย/ประชาชนปรึกษาพยาบาล
·       การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลด้านการพยาบาลเพิ่มมากขึ้น
·       นวัตกรรมด้านสารสนเทศทางการพยาบาลมากขึ้น
แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารการพยาบาล
        1.  นำมาใช้ในการจัดคน  จัดเวร ( Staffing  and  Scheduling )  โดยอาศัยข้อมูลที่บันทึกไว้เกี่ยวกับผู้ป่วย  และบุคลากรพยาบาลที่สามารถแบ่งประเภทผู้ป่วยได้  และมีกิจกรรมการพยาบาลที่ได้ปฏิบัติแล้วปรากฏในคอมพิวเตอร์ ก็จะสามารถคาดคะเนความต้องการบุคลากรพยาบาลได้  และจัดคนในแต่ละเวรได้โดยเร็วและถูกต้องที่สุดด้วย
        2.  นำมาใช้ในการประเมินความสามารถในการทำงาน  ( Performance  Evaluation )  โดยใช้ข้อมูลบุคลากร และการปฏิบัติงานประจำวันเป็นรากฐาน
        3.  นำมาใช้ในการออกแบบโครงการ  จัดตารางการทำงาน  และประเมินผลงาน
        4.  นำมาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจ  ในการบริหารเพื่อการหาผลผลิต  เพื่อการกำหนดรูปแบบและวิเคราะห์ประสิทธิผลของการบริหาร  การทำนาย  การพยากรณ์ ในอนาคต  การกำหนดแนวโน้มของการดำเนินการ การประเมินโครงการ  ซึ่งจะเรียกว่า  ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
         5.  นำมาใช้ในการวางแผนการเงิน  และการจัดการ
         6.  นำมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์
เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อ พยาบาลมากขึ้นทำให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน อีกทั้งพัฒนาบุคลากรพยาบาลให้สามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทั้งตัวพยาบาลเองและ หน่วยงานหรือองค์การพยาบาล เพื่อให้สามารถให้บริการ ทางการพยาบาล และบริการทางสุขภาพได้อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงาน นอกจากนี้ยังเป็น เครื่องมือที่ชวยให้ เกิดการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลให้ ดียิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้พยาบาลมีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง ของเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนางานพยาบาลให้ได้ ประสิทธิภาพ อีกทั้งควรส่งเสริมให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะ ดาน และปรับระบบการทำงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดปัญหา และสงเสริมสามารถพัฒนางานด้านการพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การประยุกต์ใช้ ICT ทางการพยาบาล


การประยุกต์ใช้ ICT ทางการพยาบาล 

           ICT (Information Communication Technology) หมายถึง การติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารโดยใช้เทคโนโลยี

  •  I (Information) หมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ที่บันทึกเป็นระบบเพื่อนำมาใช้งาน
  •  C (Communication) หมายถึง การติดต่อสื่อสาร 
  • T (Technology) หมายถึง คอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม 
           ความหมายโดยรวม ของ ICT คือ เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ การสื่อสารเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ ซึ่งรวมไปถึงการให้บริการ การใช้ และการดูแลข้อมูล 

ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกรงพยาบาลอย่างมีหลักเกณฑ์ ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและมาตรฐานของระบบรับรองคุณภาพต่างๆ เพื่อนำมาประกอบผลและจัดรูปแบบให้ได้สารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน และการตัดสินใจในด้านต่างๆของผู้บริหาร เพื่อให้การดำเนินงานของโรงพยาบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทำให้บุคลากรปฏิบัติงานได้สะดวกและรวดเร็ว ทำให้มีเวลาในการให้บริการแก่ผู้ป่วยมากขึ้น มีเวลามาพัฒนาคุณภาพบริการให้ดีขึ้น
โดยส่วนใหญ่แล้ว ระบบสารสนเทศโรงพยาบาลจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากโปรแกรมระบบฐานข้อมูล ประสบการณ์และความรู้ของผู้บริหารและผู้ดำเนินการ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน เช่น ข้อมูลผู้ป่วย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล โดยการทำงานของระบบจะเป็นการทำงานแบบ Interactive คือ จัดการข้อมูลที่เกิดขึ้นจากแต่ละหน่วยงาน เช่น แผนกผู้ป่วยนอก ห้องผ่าตัด ฯลฯ และสามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นทันทีจากแต่ละหน่วยงานมาใช้ประมวลผลได้ทันทีทันใด ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการบริการและการบริหารจัดการในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น

               ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล เป็นการนำระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้ในกิจการต่างๆ ของโรงพยาบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถดำเนินการต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตรงตามเป้าหมายหลักของโรงพยาบาล พร้อมทั้งสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในทุกขั้นตอน ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด  ระบบสารสนเทศทางการพยาบาลที่ช่วยประเมินว่าผู้ป่วยได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพครบถ้วนและเท่าเทียมกันทุกคน ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย IOWA ตั้งแต่ปี 1991  ซึ่งพัฒนาจากฐานข้อมูลของ NANDA7 Health domain29 Outcome class260 Outcome (Indicators and Scores)7 Health domains of NOCการใช้ค่ามาตรฐานในการวินิจฉัยทางการพยาบาล (International Classification Nursing Practice : ICNP)ระบบการผสมผสานคำ สำหรับการปฏิบัติพยาบาล (การวินิจฉัย กิจกรรมการพยาบาล และผลลัพธ์การพยาบาล) ที่จะเอื้อให้เกิดการ crossmap คำต่างๆ ทางการพยาบาลในทุกระบบจำแนกที่มีอยู่และคำท้องถิ่น การแพทย์ทางไกลหรือโทรเวชกรรม(Telemedicine) cineเป็นการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับงานทางการแพทย์โดยการส่งสัญญาณผ่านสื่ออาจเป็นสัญญาณดาวเทียม หรือใยแก้วนำแสงควบคู่ไปกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์แพทย์ต้นทางกับแพทย์ปลายทางติดต่อกันด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียงทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไข้ระหว่างกันและกัน เช่น ฟิล์มเอ็กซเรย์ คลื่นหัวใจประกอบด้วยระบบย่อย 4 ระบบ คือระบบประชุมทางไกล (Video Conference)ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Medical Consultation)• ระบบ TeleradiologyTeleDiag คือ Teleradiology ของคนไทย ที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนไทย เป็นระบบ Telemedicine ที่สนับสนุนงานด้านรังสีวินิจฉัย การอ่านและวินิจฉัยผลในระยะไกล จากเครื่อง x-ray computer เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการในด้านการ วินิจฉัยสุขภาพอย่างทั่วถึง ปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ



• ระบบ Telecardiology ระบบ Telecardiology เป็นระบบการรับส่งคลื่นหัวใจ (ECG) และเสียงปอด เสียงหัวใจ โดยผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อมายังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 


• ระบบ Telepathologyระบบ Telepathology เป็นระบบรับส่งภาพจากกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ซึ่งอาจจะเป็นภาพเนื้อเยื่อ หรือภาพใดๆ ก็ได้จากกล้องจุลทรรศน์ทั้งชนิด Monocular และ Binocular ระบบนี้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับกล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในโรงพยาบาลต่างๆ อยู่แล้ว 



             ระบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning)ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลและโทรศัพท์ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลและโทรศัพท์ (Data and Voice Network) ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลเป็นระบบการใช้งานเชื่อมต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นจุดติดตั้งของโครงการฯ มายังสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สามารถใช้บริการทางด้านเครือข่ายข้อมูลต่างๆ คือระบบ • Internet / CD ROM Server / ฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ระบบแพทย์ทางไกลเป็นการนำเอาความก้าวหน้าด้านการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับงานทางการแพทย์ โดยการส่งสัญญาณผ่านสื่อซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณดาวเทียม (Satellite) หรือใยแก้วนำแสง (Fiber optic)แล้วแต่กรณีควบคู่ไปกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์         แพทย์ต้นทางและปลายทางสามารถติดต่อกันด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียง 

ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไข้ระหว่างกันได้


 


            โทรคมนาคม (Telecommunication Satellite) ใช้ในกิจการการสื่อสารในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นวิธีการพิเศษอย่างหนึ่งของไมโครเวฟที่ใช้ดาวเทียมเป็นสถานีทวนสัญญาณ สามารถส่งได้ระยะไกลกว่าสถานีทวนสัญญาณบนพื้นโลกเทคโนโลยีชนิดนี้เมื่อเทียบกับระบบอื่น- ส่งข่าวสารได้ จำนวนมากโดยการใช้ ความถี่ไมโครเวฟต่างกัน- ระบบดาวเทียมมีความสามารถในการส่งแบบกระจาย- ราคาของระบบสื่อสารไม่ ขึ้นกับระยะทาง  อินเตอร์เน็ต (Internet protocol) ผ่านใยแก้วนำแสง ระบบสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้เลขหมาย IP และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในการส่งข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์นานาชาติที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก• เทคโนโลยี ADSL พัฒนาให้ใช้TCP/IP Protocol เป็นหลัก ซึ่งเป็นProtocol ที่ใช้บนเครือข่าย Internet และพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยี ATM ทำให้ADSL สามารถรองรับ Application ในด้านMultimedia ได้เป็นอย่างดี โดยมีอัตรารับข้อมูลสูงสุดที่ 8 Mbps.และอัตราการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 1 Mbps โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล ระบบ ISDN (IntegratedService Digital Network)เป็นโครงข่ายโทรคมนาคมสื่อสารระบบใหม่ที่รวมการให้บริการสื่อสารที่มีเดิมทั้งหมด เช่น โทรศัพท์ โทรสาร เทเล็กซ์ คอมพิวเตอร์ ดาต้าเทอร์มินอลที่ใช้ติดต่อกับเมนเฟรม เทเลเท็กซ์ วีดีโอเท็กซ์ รวมทั้งบริการสื่อสารอื่นๆ ที่ทันสมัย เช่น วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ มาใช้งานร่วมกันในโครงข่ายนี้ได้เพียงโครงข่ายเดียว โดยโครงข่ายนี้สามารถติดต่อสื่อสารได้ทั้งเสียง ข้อมูล และภาพ ด้วยสัญญาณดิจิตอลทั้งระบบ


แหล่งที่มา : https://bit2alone.wordpress.com/4-2/


วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หุ่นละครเล็ก บ้านศิลปิน ชุมชนริมคลองบางหลวง


หุ่นละครเล็ก บ้านคลองหลวง



ประวัติหุ่นละครเล็ก



      หุ่นละครเล็ก ถือกำเนิดในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยครูแกร ศัพทวนิช เป็นผู้ให้กำเนิด

       ครูแกร เริ่มฝึกหัดวิชานาฏศิลป์โขน ละคร อยู่กับคณะละครของพระยาเพชรฎา ตั้งแต่อายุ 9 ปี ด้วยพรสวรรค์ทางนาฏศิลป์ เมื่ออายุเพียง 20 ปี ก็สามารถจัดตั้งคณะละครของตนเอง โดยตระเวนไปแสดงตามที่ต่างๆ จนเมื่อสูงอายุขึ้นจึงคิดสร้างหุ่นรูปร่างอย่างคน แต่งตัวเป็นละครขึ้นชุดหนึ่งออกแสดงให้เยาวชนและประชาชนได้ชม โดยได้แบบอย่างมาจากหุ่นจีน ในวังกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีชื่อเรียก ต่อมากรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ได้ทรงตั้งชื่อให้ว่า "หุ่นละครเล็ก" ต่อเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การแสดงหุ่นละครเล็กเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากครูแกรอายุมากขึ้น และท่านได้มอบตัวหุ่นให้แก่สะใภ้ของท่านประมาณ 30 ตัว ส่วนที่เหลือนำไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่า พระจันทร์ ต่อมาสะใภ้ครูแกรได้นำหุ่นละครเล็กมาให้นายสาคร ยังเขียวสด เพราะเห็นว่ามีความสามารถที่จะสืบทอดได้ แต่ตัวหุ่นชุดนั้นนายแกรได้มอบให้เมืองโบราณเก็บรักษาและได้ทำหุ่นพ่อแก่ขึ้นไว้บูชาเพื่อระลึกถึงพ่อครูแกรเท่านั้น ต่อมาในงานเฉลิมฉลอง 200 ปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2525 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ติดต่อให้นายสาครไปแสดงการสาธิตการทำหัวโขนที่สวนอัมพร และได้สนใจในหุ่นละครเล็กที่นายสาครได้ทำไว้บูชา จึงได้ขอร้องให้นายสาครจัดทำหุ่นละครเล็กขึ้น และเปิดทำการแสดงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากสูญหายไปกว่า 50 ปี หุ่นละครเล็กจึงเริ่มมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง โดยเปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2528 ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย โดยนายสาคร ยังเขียวสด ได้ตั้งชื่อคณะหุ่นละครเล็กว่า "หุ่นละครเล็ก คณะสาครนาฏศิลป์ ละครเล็กหลานครูแกร"

วัตถุประสงค์ของหุ่นละครเล็ก 
           เพื่อรำลึกถึงพระคุณครูและเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปะแขนงนี้ หุ่นพ่อครูแกรที่เก็บรักษาไว้ที่เมืองโบราณขณะนี้ มีลักษณะเป็นหุ่นที่มีหัว แขน มือ เท่าแบบหุ่นหลวงหรือหุ่นใหญ่    สูงประมาณ ๑ เมตร สร้างด้วยไม้ ภายในกลวง โครงหุ่นท่อนบนทำจากกระดาษข่อย ท่อนล่างทำด้วยโครงลวด ประกอบกันด้วยกลไกที่สลับซับซ้อนต่อสายระโยงระยางสำหรับถือบังคับให้ ส่วนต่างๆ เคลื่อนไหวได้ ถ้าเป็นตัวเอกมีสายใยที่ข้อมือ ทำให้หักข้อมือและชี้นิ้วได้หากเป็นตัวตลกมือจะแข็ง

ลักษณะของหุ่นละครเล็ก

          หุ่นละครเล็กมีรายละเอียดของวิธีการทำที่แตกต่างจากหุ่นกระบอก เพราะหุ่นกระบอกมีเพียงหัวกับมือ แต่หุ่นละครเล็กเป็นหุ่นทั้งตัวที่ประกอบด้วยส่วนหัว ส่วนลำตัวและแขนขา ส่วนประกอบทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่สร้างให้หุ่นเคลื่อนไหวได้เหมือนคน หุ่นทุกตัวจะมีขนาดเท่ากันกับสัดส่วนของคน เพียงแต่ย่อขนาดลงมาให้เล็กลง



           ละครเล็ก เป็นหุ่นที่มีแขน ขา มือ เท่าแบบหุ่นหลวง สูงประมาณ 1 เมตร ข้างในกลวงเป็นโพรง โครงหุ่นท่อนบนทำด้วยกระดาษข่อย ท่อนล่างทำด้วยโครงลวดวงไว้ 2 - 3 เส้น มีสายใยอยู่ภายในลำตัว ถ้าเป็นตัวเอก จะมีสายใยที่ข้อมือด้วย ทำให้หักข้อมือและชี้นิ้วได้ ตัวตลก มีมือแข็งๆ ขยับไม่ได้ หุ่นบางตัวโดยเฉพาะตัวนาง ที่แปร๋นๆ จะมีชิ้นไม้สี่เหลี่ยมเล็กๆ 2 ชิ้น อยู่ภายในตรงคอให้คนเชิดกด เพื่อให้หุ่นยักคอได้แบบละครจริงๆ ตัวพระไม่มีชิ้นไม้ที่ว่านี้ ดังนั้นจึงได้แต่เหลียวคอซ้ายขวาตามธรรมดา ส่วนตัวตลกอ้าปากได้ ตัวหุ่นประเภทนี้ใช้ผ้ามุ้งแซมตรงคอเพื่อให้ย่นๆ จะได้อ้าปากหุบปากได้ หุ่นทุกตัวกลอกตาไม่ได้เพราะตาทำด้วยลูกแก้วแข็ง หัวโขนก็ถอดไม่ได้ แต่ตัวนางผีเสื้อสมุทรซึ่งขนาดใหญ่กว่าหุ่นทุกตัวถอดหัวได้

ขั้นตอนการทำหุ่นละครเล็ก




1.เริ่มแรกจะนำดินเหนียวมาปั้นเป็นโครงและส่วนของศีรษะ ปั้นดินเป็นรูปหุ่นว่าเราต้องการหุ่นรูปอะไร การขึ้นโครงจะคล้ายๆ กัน แต่แบ่งเป็นตัวพระกับตัวนาง และถอดลักษณะของคนมาทั้งหมด หากเป็นตัวนางก็จะเอวบางร่างน้อย หากเป็นตัวพระลำตัวจะหนากว่า
2.เมื่อปั้นเสร็จก็ใช้กระดาษปิดจากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง
3.เมื่อตัวโครงแห้งจึงผ่าเอาดินด้านในออก ภายในตัวโครงจะยึดเชื่อมด้วยลวด
4.ส่วนประกอบของแขนขาจะทำจากผ้ายัดนุ่นและมีไม้เชื่อมอยู่ตามบริเวณข้อพับต่างๆ เพื่อให้สามารถขยับได้คล้ายคนจริง
5.ชิ้นส่วนของมือ และเท้าแกะจากไม้ทองหลาง ซึ่งมีน้ำหนักเบาและแกะง่าย พร้อมกับทาน้ำยากันปลวกกันมอด
6.บริเวณลำตัวจะใช้สีพลาสติกทา เพื่อที่เวลาโดนน้ำจะได้ไม่ลอกหลุด
7.บริเวณหน้าใช้ปูนปั้นที่มีส่วนผสมพิเศษ ซึ่งสามารถปั้นได้เหมือนดินน้ำมัน เมื่อปูนแห้งก็จะนำมาทาสีแต่งลงดินสอพอง แล้วขัดด้วยกระดาษทรายจนกว่าผิวจะเรียบเนียน และมีสีที่ใกล้เคียงกับผิวหน้าคน เมื่อมีใบหน้าที่เนียนแล้วก็เริ่มแต่งหน้าแต่งตา สีที่ใช้ในการแต่งหน้าแต่งตา สีที่ใช้ในการแต่งหน้า เขียนคิ้ว วาดตา ทาปาก เป็นสีประเภทสีโปสเตอร์และสีฝุ่น ใช้พู่กันทาหลายๆ ชั้น แล้วขัดแต่งด้วยกระดาษทรายจนดูเหมือนจริง ลูกตาที่สดใสแวววาวนั้นใช้ตาแก้วที่ผ่านการขัดจนใส
8.ส่วนของมือและขาก็เช่นกันต้องขัดจนเรียบเนียน เมื่อได้ตัวหุ่นที่งามเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ จึงนำหุ่นมาแต่งองค์ทรงเครื่องตามเรื่องราวที่จะนำเสนอว่าต้องใช้ตัวละครเป็นใครกันบ้าง

ชิ้นส่วนต่างๆของหุ่น 

                                                                     ชิ้นส่วนของหุ่น

โครงหุ่น

     การทำหน้าหุ่น


         สีตกแต่งหน้าหุ่น

วัสดุที่ใช้ทำเครื่องแต่งกาย
- จะเหมือนกับเสื้อผ้าที่คนใช้จริง ทั้งผ้าเลื่อม ผ้าต่วน ดิ้นเงิน ดิ้นทอง ผ้ายก และผ้านุ่งที่ทำจากผ้าตาดโดยหุ่นละครเล็กจะแต่งกายเหมือนโขน แบบโขนละคร เสื้อผ้าปักด้วยลูกปัด และดิ้นเลื่อม ประณีตพอสมควร เครื่องประดับมีครบครันแบบโขนละครจริงๆ ส่วนกำไลทำด้วยรักปั้นเป็นวงแล้วปิดทอง
- เครื่องประดับต่างๆ เป็นเครื่องโขน
                                                               การปักลายเสื้อผ้าหุ่น
                                                                 ตัวหุ่นสำเร็จ

การเชิดและการแสดง

หุ่นละครเล็กเคลื่อนไหวได้เพราะคนเชิดซึ่งต้องมีความชำนาญมาก
- หุ่นตัวพระ ยักษ์ และลิงต้องใช้คนเชิดถึง 3 คน
- ตัวนางใช้คนเชิด 2 คน
- ส่วนตัวตลกใช้คนเชิดเพียงคนเดียว



                                                                คนเชิดหุ่น
   
    การเชิดหุ่น ตัวหนึ่งผู้เชิดจะต้องแบ่งหน้าที่กันและจะต้องร่วมงานกันอย่างดีเยี่ยม คนที่หนึ่งจะเป็นหลักในการเชิด โดยสอดมือข้างซ้ายเข้าไปอยู่ในลำตัวละครเล็กเพื่อจับเดือยซึ่งเป็นก้านคอให้ตัวหุ่นกลอกหน้าหรือยักคอได้ ส่วนมือขวาต้องจับก้านเหล็ก (มือขวาของตัวหุ่น) ซึ่งมีลูกรอกติดอยู่เพื่อบังคับให้มือหุ่นเคลื่อนไหวได้ คนที่สองต้องใช้มือขวาของตนจับก้านเหล็กมือซ้ายของหุ่น เวลาเชิดก็ต้องทำท่าทางสัมพันธ์กับมือขวาด้วย ส่วนคนที่สามต้องใช้มือสองข้างจับเดือยที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตัวหุ่น เพื่อคอยยกเท้า เปลี่ยนเท้า ซอยเท้า โดยต้องให้สัมพันธ์กับท่ารำ เทคนิคการเชิด เช่น การกล่อมตัว จังหวะ ฯลฯ ต้องใช้ความชำนาญ และประสบการณ์ของผู้เชิด



เรื่องที่ใช้แสดงละครเล็ก


     มักเป็นเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ เช่น พระอภัยมณี สังข์ทอง ลักษณ์วงศ์ แก้วหน้าม้า โสนน้อยเรือนงาม ฯลฯ และแสดงเรื่องรามเกียรติ์ด้วย เรื่องที่นิยมที่สุดคือเรื่องพระอภัยมณี เรื่องอื่นๆ ก็เล่นบ้างแต่น้อย บางทีเล่นเป็นตอนสั้นๆ เช่น สังข์ทอง จับตอนเจ้าเงาะกับนางรจนา บทร้องใช้บทตามวรรณคดี นายแกรแต่งเติมเองบ้าง มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องรับ มีการบอกบทเช่นเดียวกับละครนอก เครื่องดนตรีใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าหรือเครื่องคู่ก็ได้ ไม่มีซออู้แบบหุ่นกระบอก ใช้เพลงสองชั้น และร่ายเป็นพื้น คนเชิดเป็นคนเจรจา ถ้าหุ่นนั้นมีคนเชิดหลายคนก็ผลัดกันเจรจาก็ได้








วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558




"ประสบการณ์ที่มีอยู่" ของนักศึกษาพยาบาลบัณฑิต



           

           ความเศร้าโศกเช่นอารมณ์ความรู้สึกเชิงลบใด ๆ ที่อาจแพร่กระจายผ่านกลุ่มของนักเรียนและกำหนดความสามารถของพวกเขาให้ความสนใจกับนักวิชาการ พยาบาลเป็นความท้าทายอย่างมากและโปรแกรมที่ยากของการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับปริมาณงานหนัก นักศึกษาพยาบาลในระหว่างทางคลินิกผลัดที่ได้รับมอบหมายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณแปดถึงสิบกับที่กำหนดคณะกรรมการเพื่อให้การดูแลรักษาพยาบาลในการตั้งค่าทางคลินิก นักเรียนพยาบาลและคณะใช้จ่ายเป็นจำนวนมากมายของเวลาร่วมกันตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นครึ่งหนึ่งถึงสามวันต่อสัปดาห์ในการดูแลและการจัดการของผู้ป่วยเฉียบพลันและป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่มีบ่อยการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและคนอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ คณะพยาบาลทำหน้าที่เป็นครูบทบาทรุ่นโค้ชและพี่เลี้ยงไม่เพียงแต่ในห้องเรียนแต่ยังอยู่ในการตั้งค่าทางคลินิกความใกล้ชิดที่เป็นเอกลักษณ์ของความสัมพันธ์นี้ ท้าทายเพิ่มเติมให้กับนักเรียนทั้งสองและคณะเมื่อเพื่อนร่วมชั้นอย่างกระทันหันตาย โดยไม่มีการเตือนนักเรียนหายไปสร้างเป็นโมฆะอย่างมากเห็นได้ชัดในการตั้งค่าทางคลินิกนอกจากนี้พยาบาลนักเรียนในเดียวกันทางคลินิกที่อาจจะเสียใจอาจจะได้รับมอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยที่ป่วยหนักหที่มีผลในการเสียชีวิตของผู้ป่วยพยาบาล เป็นโปรแกรมที่เข้มงวดของการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่ได้รับความซับซ้อนของหลักสูตรพยาบาล


          ผลกระทบของการตายของเพื่อนร่วมชั้นของอาจส่งผลกระทบความก้าวหน้าทางวิชาการของนักเรียน นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของโปรแกรมการศึกษาการพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำให้มันยากที่จะหยุดและใช้เวลาออกไปเสียใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรมการพยาบาลอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้ากับการสำเร็จการศึกษาเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการที่ได้รับผลกระทบ